ติโม แวร์เนอร์ อาจมา ลิเวอร์พูล

 

   สปอร์ตบิลด์ สื่อชื่อดังของประเทศเยอรมัน รายงานว่า ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมันของแอร์เบ ไลป์ซิก ไม่น่าจะย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคแล้วหลังจากได้ยินการสัมภาษณ์ของ ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช และ แฮร์เบิร์ต ไฮเนอร์ ทำนองว่าเขาไม่เหมาะกับสไตล์ของทีม บาเยิร์น มิวนิค

โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซาลิฮามิดซิช ผู้อำนวนการกีฬาบาเยิร์นบอกว่า แวร์เนอร์ มีสไตล์ไม่เหมาะกับทีมแชมป์บุนเดสลีกา แถมพวกเขาก็มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ อยู่แล้วด้วย และจากนั้น ไฮเนอร์ ประธานสโมสร ก็ออกมาพูดทำนองเดียวกันว่าเขาเหมาะกับทีมอย่างไลป์ซิกมากกว่า  ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ติโม แวร์เนอร์ ไม่น่าจะมาร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคในอนาคต และน่าจะไปร่วมทีมลิเวอร์พูลมากกว่า

นอกจากนี้รายงานจากสื่อเยอรมัน เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูลก็ชื่นชอบในตัวแวร์เนอร์ อย่างมาก และหวังจะคว้าไปร่วมถิ่นแอนฟิลด์ด้วยค่า 60 ล้านยูโร

สำหรับฤดูกาลนี้ แวร์เนอร์ ลงเล่นในบุนเดสลีก้า 21 นัด ผลงาน ยิง 20 ประตู จ่าย 6 ครั้ง

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน หวยเด็ด

ถ่ายเลือดใหม่ยังไม่เสร็จ!

ทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ในชุดที่ประสบความสำเร็จ และครองความยิ่งใหญ่ในศึกบุนเดสลีก้ามาอย่างยาวนานตลอด 7 ฤดูกาลหลังสุด กำลังเริ่มมีนักเตะอายุมากขึ้น และเป็นไม้ใกล้ฝั่งหลายราย ทำให้บอร์ดบริหารของสโมสรมองว่าถึงเวลาที่จะต้องถ่ายเลือดใหม่แล้ว ซึ่งพวกเขาเริ่มพยายามทำไปบ้างแล้วในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เหมือนจะยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะดูแล้วยังมีนักเตะอีกหลายคนที่พวกเขาตั้งใจจะปล่อยออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ และกำลังมองหานักเตะใหม่ และดาวรุ่งเข้ามาทดแทน

เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วพวกเขาเสียอาร์เยน ร็อบเบน ฟร็องค์ ริเบรี่ และมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ 3 ตัวหลักของทีม ทำให้พวกเขาต้องหานักเตะตัวแทนเข้ามา แต่ทว่าดูเหมือนนักเตะที่พวกเขาเล็งไว้จะยังไม่พร้อมย้ายทีมเมื่อช่วงตลาดหน้าร้อนปีที่แล้ว ทำให้บาเยิร์น มิวนิคต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการยืมอีวาน เปริซิช กับฟิลิเป้ คูตินโญ่มาใช้งานชั่วคราวในฤดูกาลนี้ก่อน ถึงแม้ว่าจะพ่วงออปชั่นในการซื้อขาดก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังมีสิทธิ์ตัดสินใจอยู่ดีว่าจะซื้อขาดหรือไม่หลังจบฤดูกาลนี้

นอกจาก 3 รายข้างต้นแล้ว บาเยิร์น มิวนิค เตรียมที่จะปล่อยตัวเฌอโรม บัวเต็ง ปราการหลังทีมชาติเยอรมันออกจากทีมด้วย ซึ่งอันที่จริงมีข่าวว่าจะปล่อยบัวเต็งออกจากทีมมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้วด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังมีมานูเอล นอยเออร์ นายประตูจอมหนึบที่ปัจจุบันอยู่ในวัย 33 ปีแล้ว และโธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกวัย 30 ปี ซึ่ง 2 รายหลังสโมสรอาจจะไม่ได้ปล่อยออกจากทีม และอาจจะอยู่จนแขวนสตั๊ดเลยก็ได้ แต่ว่าพวกเขาอาจจะเป็นตัวหลักของทีมได้อีกไม่นานแล้ว เนื่องจากอายุที่มากขึ้น และฟอร์มก็เริ่มดร็อปลงเรื่อยๆ ทำให้บาเยิร์น มิวนิคจำเป็นต้องหาเลือดใหม่เข้ามาทดแทนดาวเตะตัวเก๋าเหล่านี้ เพื่อที่จะทำให้ทีมเดินหน้าไล่ล่าความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่องต่อไป เหมือนอย่างที่พวกเขาทำมาได้ดีตลอดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคงต้องมาดูการเคลื่อนไหวในช่วงหลังปิดฤดูกาลนี้ ว่าพวกเขาจะมีการจัดการอย่างไรในการเสริมทัพสู้ศึกฤดูกาลหน้า และปล่อยตัวนักเตะออกจากทีม ซึ่งน่าจะเป็นอีกปีที่วุ่นวายทีเดียวสำหรับทีม “เสือใต้”

ข้อมูลโดยเว็บไซต์ ดูบอลออนไลน์ 

เป้าหมายคือถ้วยยุโรป

 

   การที่บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าได้ 7 สมัยติดต่อกัน ซึ่งทำให้พวกเขาได้แชมป์ลีกสูงสุดไปแล้วถึง 29 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทีมที่ได้แชมป์อันดับ 2 อย่างทีมเนิร์นแบร์กถึง 20 ครั้ง ทำให้ในแต่ละฤดูกาลพวกเขาแทบไม่ต้องตั้งเป้ากับการเป็นแชมป์บุนเดสลีก้าอีกต่อไป และเหมือนเป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้มากกว่าสำหรับกุนซือของทีมแต่ละคนที่เข้ามาคุมทีมในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ซึ่งในระยะหลังมานี้บอร์ดบริหารของสโมสรตั้งเป้าที่จะพาทีมประสบความสำเร็จในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้มาโดยตลอด หลังจากที่พวกเขาได้ครั้งสุดท้ายในฤดูกาล 2012-2013 ที่มีจุ๊ปป์ ไฮน์เกส กุนซือเสือเฒ่าเป็นผู้จัดการทีมในตอนนั้น แต่หลังจากนั้นมาทีม “เสือใต้” ก็ไม่สามารถเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้อีกเลย โดยไปได้สุดทางแค่เพียงรอบรองชนะเลิศเท่านั้น โดยพวกเขาตกรอบนี้ 4 ใน 6 ปีหลังสุดเลยทีเดียว โดยพวกเขาโดน 2 ทีมจากกรุงมาดริด ทั้งเรอัล มาดริด และแอตเลติโก มาดริดเขี่ยตกรอบมาโดยตลอด 5 ครั้ง ซึ่งทีม “ราชันย์ชุดขาว” ที่ตอนนั้นมีคริสเตียโน่ โรนัลโด้อยู่ในทีม ถือว่าเป็นทีมที่แสบที่สุดสำหรับบาเยิร์น มิวนิคในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนี้  ก่อนที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วจะมาโดนลิเวอร์พูลเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไป ซึ่งฤดูกาลนี้เป้าหมายของพวกเขาก็ยังเป็นเช่นเดิม ถึงแม้ว่าในศึกบุนเดสลีก้าพวกเขาจะยังอยู่อันดับที่ 3 ของตารางหลังจากจบครึ่งฤดูกาลแรกก็ตาม แต่ด้วยศักยภาพทีมที่เหนือกว่าทีมอื่นในลีกอยู่พอสมควร เชื่อกันว่าพวกเขาจะกลับมาเบียดลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอนในช่วงปลายฤดูกาลนี้

ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาลนี้นั้น พวกเขามีคิวจะต้องพบกับเชลซี ทีมแกร่งจากพรีเมียร์ลีก ที่จะต้องฟาดแข้งกันในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งพวกเขายังดูมีโอกาสเข้ารอบมากกว่าเล็กน้อย เนื่องจากกุนซือของเชลซีเป็นแฟรงค์ แลมพาร์ดที่ยังไม่มีประสบการณ์มากนัก โดยเฉพาะในฟุตบอลรายการใหญ่ของยุโรป ที่เขาพึ่งได้คุมทีมเป็นฤดูกาลแรกเท่านั้นในรายการนี้ แต่ฮานส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ ก็ถือว่าเป็นกุนซือมือใหม่เช่นกัน ทำให้พวกเขาก็ไม่ได้เปรียบจากเรื่องนี้ แต่ความสม่ำเสมอของเชลซีในช่วงที่ผ่านมา อาจจะทำให้บาเยิร์น มิวนิคได้เปรียบก็ได้

 

อนาคต 2 ตัวยืม!

  

  การที่บาเยิร์น มิวนิคต้องถ่ายเลือดใหม่ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากที่ต้องเสีย 2 กำลังสำคัญในแนวรุกอย่างอาร์เยน ร็อบเบนที่ประกาศแขวนสตั๊ด ส่วนฟร็องค์ ริเบรี่ก็เลือกที่จะไม่ต่อสัญญากับสโมสร ทำให้ทีม “เสือใต้” ต้องหานักเตะใหม่ในแนวรุกเข้ามาทดแทน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีคิงสลี่ย์ โกม็อง ปีกทีมชาติฝรั่งเศส และแซร์จ นาบรี้ 2 ปีกดาวรุ่งอยู่ในทีมแล้วก็ตาม แต่ 2 ดาวเตะนี้ยังขาดความสม่ำเสมอในการเล่นตลอดฤดูกาลอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีบางนัดที่ทำผลงานได้สุดยอดก็ตาม ส่วนดาวรุ่งที่พวกเขาคว้าตัวมาเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่างอัลฟ็องโซ่ เดวี่ส์ ดาวรุ่งอนาคตไกลชาวแคนาดาก็ยังดิบเกินไป ทำให้บอร์ดบริหารต้องการหานักเตะตัวรุกรายใหม่เข้ามาประคองทีม ซึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจยืมอีวาน เปริซิช ปีกทีมชาติโครเอเชียจากอินเตอร์ มิลานมาร่วมทีม และฟิลิเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิลมาจากบาร์เซโลน่า ซึ่งทั้ง 2 รายนี้บาเยิร์น มิวนิคต้องจ่ายค่ายืมตัวให้ต้นสังกัดเดิมถึงปีละ 5 และ 8.5 ล้านยูโรตามลำดับ ซึ่งทั้ง 2 นักเตะนี้ทีม “เสือใต้” มีออปชั่นในการซื้อขาดหลังหมดสัญญายืมตัวด้วย หากว่าทีมพอใจในผลงานหลังจากการยืมตัว โดยเปริซิชมีค่าตัวอยู่ที่ 30 ล้านยูโร และคูตินโญ่ในวัย 27 ปีอยู่ที่ 120 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาไม่เคยทุ่มซื้อนักเตะระดับนี้มาก่อน

แต่ดูท่าแล้ว 2 ดาวเตะตัวยืมนี้น่าจะเป็นเพียงแผนงานเฉพาะฤดูกาลนี้ของบาเยิร์น มิวนิคเท่านั้น เนื่องจากสโมสรยักษ์ใหญ่จากเมืองเบียร์ทีมนี้ไม่มีนโยบายซื้อนักเตะประสบการณ์สูงอย่างอีวาน เปริซิชเข้ามาเสริมทีม รวมถึงในรายของฟิลิเป้ คูตินโญ่ก็เช่นกัน ซึ่งมีค่าตัวแพงถึง 120 ล้านยูโร ซึ่งทีม “เสือใต้” ไม่มีความจำเป็นจะต้องลงทุนระดับนี้แต่อย่างใด เพราะเนื่องจากพวกเขาสามารถหาดาวเตะอนาคตไกลในศึกบุนเดสลีก้าได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และได้ในราคาที่ถูกกว่าระดับ 100 ล้านยูโรมากเลยทีเดียว ดูท่าแล้วหลังจบฤดูกาลนี้ 2 ดาวเตะนี้มีโอกาสสูงที่จะต้องกลับไปยังต้นสังกัดเดิม และคงต้องไปหาทีมใหม่ในฤดูกาลหน้าแทน ถึงแม้ว่าจะทำผลงานได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้ก็ตาม

ไม่เสียเปรียบ!

  ทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทีมแชมป์เก่าของศึกบุนเดสลีก้า 7 สมัยติดต่อกัน ที่ไล่มาตั้งแต่ยุคของกุนซือจุ๊ปป์ ไฮน์เกส เป็ป กวาดิโอล่า คาร์โล อันเชล็อตติ และนิโก้ โควัชในฤดูกาลล่าสุด ซึ่งไม่ว่าจะมีการไล่กุนซือออกกลางคันในบางฤดูกาลก็ตาม แต่กุนซือที่เข้ามาคุมทีมต่อจากนั้นก็สามารถคว้าแชมป์ให้ทีมได้ทั้งหมด ซึ่งทีมสุดท้ายที่พรากถาดแชมป์บุนเดสลีก้าไปจากพวกเขาได้ก็คือโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่ตอนนั้นมีเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่กลายเป็นยอดกุนซือของลิเวอร์พูลในตอนนี้คุมทีมอยู่นั่นเอง

ในฤดูกาลนี้บาเยิร์น มิวนิค ต้องเจอกับปัญหาตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาล เนื่องจากพวกเขาต้องเสียดาวเตะตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลก่อนๆ หลายคน ทั้งฟร็องค์ ริเบรี่ ที่หมดสัญญา และอาร์เยน ร็อบเบน ปีกชาวดัตช์ที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ด ซึ่งถือว่าเป็น 2 ผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา รวมถึงการขายมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมันไปให้กับคู่ปรับสำคัญอย่างโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ แต่สโมสรก็หาตัวทดแทนได้ดีทีเดียว โดยใช้การยืมตัวดาวเตะหลายคนเข้ามาแทน ทั้งอีวาน เปริซิช ปีกจากอินเตอร์ มิลาน และฟิลิเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิลมาจากบาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายแล้วด้วยผลงานที่ไม่ดีนักในช่วงแรก บวกกับการพาทีมบุกไปแพ้ให้กับไอน์ทรัชค์ แฟรงค์เฟิร์ต 1-5 ทำให้สุดท้ายกุนซือชาวโครแอตก็ถูกปลดจากตำแหน่งในที่สุด

หลังจากนั้นสโมสรทำการแต่งตั้งฮานส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ อดีตผู้ช่วยของโยอาคิม เลิฟ ในการคุมทีมชาติเยอรมันชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2014 เข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งเขาเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ช่วยของนิโก้ โควัช เมื่อช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งหลังจากที่กุนซือมือใหม่รายนี้เข้ามาคุมทีม บาเยิร์น มิวนิคมีผลงานที่ไม่เลวทีเดียว โดยมีช่วงที่แพ้ 2 นัดติดต่อกันต่อไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แต่ถึงอย่างไรก็ตามหลังจากจบครึ่งฤดูกาลแรก พวกเขาตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เบ ไลป์ซิกเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ห่างเลยกับทีมระดับอย่างบาเยิร์น มิวนิค ที่มาตรฐานเหนือกว่าทีมอื่นในลีก ซึ่งถือว่าไม่เสียเปรียบเลยในช่วงครึ่งหลังที่เหลือของฤดูกาล กับการตามเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น

31 ยังแจ๋ว

  

   หลังจากที่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์มาร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคแบบไม่มีค่าตัวในปี 2014 กองหน้ารายนี้ก็สามารถยกระดับตัวเองกลายเป็นยอดดาวยิงของยุโรปได้ในทันที ซึ่งผลงานของเขาตลอด 5 ฤดูกาลที่ผ่านมาในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่านั้นแทบไม่ตกลงเลยแม้แต่นิดเดียว แม้จะอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีก็ตาม ซึ่งฤดูกาลนี้เขาก็ก้าวเข้าสู่วัย 31 ปีแล้วแท้ๆ แต่เหมือนกำลังจะเป็นฤดูกาลที่พีคที่สุดของเขากับบาเยิร์น มิวนิค และในอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ เมื่อหลังจากผ่านครึ่งฤดูกาลบุนเดสลีก้ามาแล้ว เขากลายเป็นดาวซัลโวของลีก ด้วยการทำถึง 19 ประตูจากการลงสนาม 17 นัดเท่านั้น และทำรวมทั้งหมด 30 ประตูในทุกรายการจากการลงสนามเพียง 25 นัด ซึ่งถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่สุดยอดมากๆ และเป็นค่าเฉลี่ยในระดับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลิโอเนล เมสซี่ในช่วงพีคเลยด้วยซ้ำ

สถิติการทำประตูมากที่สุดของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้คือ 30 ประตูในบุนเดสลีก้า และ 43 ประตูในทุกรายการ ซึ่งมันเกิดขึ้นในฤดูกาล 2016-2017 แต่ฤดูกาลนี้เขามีโอกาสที่จะทำลายสถิติแบบราบคาบเลยทีเดียว ทั้งจำนวนประตูในลีก และยอดรวม หากว่าไม่มามีอาการบาดเจ็บรบกวนไปเสียก่อน ซึ่งกุนซือรักษาการของทีมในตอนนี้คือฮานส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ ซึ่งเป็นกุนซือที่ทำเกมรุกดุดันอยู่แล้วด้วย ทำให้เลวานดอฟสกี้มีโอกาสมากทีเดียวในการจะทำลายสถิติที่เขาเคยสร้างเอาไว้ รวมถึงรางวัลโกลเด้น บูต หรือดาวซัลโวของลีกในทวีปยุโรปด้วย ซึ่งฤดูกาลนี้เขาอาจจะต้องแย่งกับชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าทีมชาติอิตาลีที่กำลังมาแรงกับลาซิโอ ซึ่งจำนวนประตูในตอนนี้ถือว่าสูสีกันมาก และกองหน้ากัปตันทีมชาติโปแลนด์ดูจะเสียเปรียบด้วย ตรงที่ศึกบุนเดสลีก้ามีเกมการแข่งขันเพียง 34 นัดต่อฤดูกาลเท่านั้น ส่วนกัลโช่ เซเรีย อานั้นเตะกันถึง 38 นัดเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายที่สำคัญอีกอย่างในช่วงกลางปีนี้ของกองหน้าวัย 31 ปีคงจะเป็นการช่วยทีมชาติโปแลนด์ทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ซึ่งกลุ่มของโปแลนด์ก็ดูหินเสียด้วย เพราะมีทั้งทีมชาติสเปน และทีมชาติสวีเดนที่จะต้องแย่งกันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย

ฮาซาน เผย บาเยิร์น ไม่สน แวร์เนอร์

  ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช ผู้อำนวยการกีฬาของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมแห่งศึกฟุตบอลบุนเดสลีกาเยอรมัน ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่สโมสรของเขาไม่สนใจคว้าตัว ทิโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมันของ แอร์เบ ไลป์ซิก ว่านักเตะไม่เข้ากับสไตล์ของทีม

นักเตะวัย 23 ปี กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของเขา หลังจากในฤดูกาลนี้ ทำไปแล้วถึง 23 ประตูจาก 25 นัดในทุกรายการ จนทำให้เขาตกเป็นข่าวกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป

อย่างไรก็ตามทาง ซาลิฮามิดซิช ผู้อำนวยการกีฬาของ บาเยิร์น มิวนิค ทีมที่เคยตกเป็นข่าวกับนักเตะมาอย่างยาวนาน กลับออกมาปฎิเสธความสนใจดังกล่าว โดยให้เหตุผลเรื่องเกี่ยวกับสไตล์การเล่นของนักเตะกับทีมแตกต่างกัน

 

บัวเต็ง ต้องย้ายแล้ว

   

    แม้ว่าจะเป็นนักเตะที่อยู่กับทีมมาอย่างยาวนาน แต่ผลงานในช่วงหลังตกลงไปอย่างมาก สำหรับ เฌอโรม บัวเต็ง กองหลังประสบการณ์สูงของทีมบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีกาเยอรมัน ที่ตอนนี้ตกเป็นตัวสำรองยาว ด้วยผลงานที่ไม่ดี และไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดการทีม ทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย ทั้งที่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของทีมบาดเจ็บ แต่ผู้จัดการทีมก็ยังใช้ ดาวิด อัลลาบา ลงเล่นแทน ทำให้ตอนนี้เฌอโรม บัวเต็ง อาจจะไม่มีตัวเลือกมากนัก และ การย้ายทีมอาจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเขา ซึ่งแน่นอนว่าชื่อเสียงประสบการณ์ของเขาอาจจะช่วยบางทีมได้ เช่น อาร์เซน่อล หรือทีมระดับกลางๆของบุนเดสลีกา ดังนั้นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า เขาจะย้ายทีมหรือไม่ หรือคิดที่จะสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงต่อไป แต่โอกาสย้ายทีมนั้นสูงมากจริงๆ  ซึ่ง บาเยิร์น มิวนิค ต้องการที่จะขายมากกว่าเพื่อที่จะเอาเงินไปเสริมผู้เล่นหน้าใหม่