31 ยังแจ๋ว

  

   หลังจากที่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์มาร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคแบบไม่มีค่าตัวในปี 2014 กองหน้ารายนี้ก็สามารถยกระดับตัวเองกลายเป็นยอดดาวยิงของยุโรปได้ในทันที ซึ่งผลงานของเขาตลอด 5 ฤดูกาลที่ผ่านมาในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่านั้นแทบไม่ตกลงเลยแม้แต่นิดเดียว แม้จะอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีก็ตาม ซึ่งฤดูกาลนี้เขาก็ก้าวเข้าสู่วัย 31 ปีแล้วแท้ๆ แต่เหมือนกำลังจะเป็นฤดูกาลที่พีคที่สุดของเขากับบาเยิร์น มิวนิค และในอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้ เมื่อหลังจากผ่านครึ่งฤดูกาลบุนเดสลีก้ามาแล้ว เขากลายเป็นดาวซัลโวของลีก ด้วยการทำถึง 19 ประตูจากการลงสนาม 17 นัดเท่านั้น และทำรวมทั้งหมด 30 ประตูในทุกรายการจากการลงสนามเพียง 25 นัด ซึ่งถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่สุดยอดมากๆ และเป็นค่าเฉลี่ยในระดับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลิโอเนล เมสซี่ในช่วงพีคเลยด้วยซ้ำ

สถิติการทำประตูมากที่สุดของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้คือ 30 ประตูในบุนเดสลีก้า และ 43 ประตูในทุกรายการ ซึ่งมันเกิดขึ้นในฤดูกาล 2016-2017 แต่ฤดูกาลนี้เขามีโอกาสที่จะทำลายสถิติแบบราบคาบเลยทีเดียว ทั้งจำนวนประตูในลีก และยอดรวม หากว่าไม่มามีอาการบาดเจ็บรบกวนไปเสียก่อน ซึ่งกุนซือรักษาการของทีมในตอนนี้คือฮานส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ ซึ่งเป็นกุนซือที่ทำเกมรุกดุดันอยู่แล้วด้วย ทำให้เลวานดอฟสกี้มีโอกาสมากทีเดียวในการจะทำลายสถิติที่เขาเคยสร้างเอาไว้ รวมถึงรางวัลโกลเด้น บูต หรือดาวซัลโวของลีกในทวีปยุโรปด้วย ซึ่งฤดูกาลนี้เขาอาจจะต้องแย่งกับชิโร่ อิมโมบิเล่ กองหน้าทีมชาติอิตาลีที่กำลังมาแรงกับลาซิโอ ซึ่งจำนวนประตูในตอนนี้ถือว่าสูสีกันมาก และกองหน้ากัปตันทีมชาติโปแลนด์ดูจะเสียเปรียบด้วย ตรงที่ศึกบุนเดสลีก้ามีเกมการแข่งขันเพียง 34 นัดต่อฤดูกาลเท่านั้น ส่วนกัลโช่ เซเรีย อานั้นเตะกันถึง 38 นัดเลยทีเดียว แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายที่สำคัญอีกอย่างในช่วงกลางปีนี้ของกองหน้าวัย 31 ปีคงจะเป็นการช่วยทีมชาติโปแลนด์ทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ซึ่งกลุ่มของโปแลนด์ก็ดูหินเสียด้วย เพราะมีทั้งทีมชาติสเปน และทีมชาติสวีเดนที่จะต้องแย่งกันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย