ไม่เสียเปรียบ!

  ทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทีมแชมป์เก่าของศึกบุนเดสลีก้า 7 สมัยติดต่อกัน ที่ไล่มาตั้งแต่ยุคของกุนซือจุ๊ปป์ ไฮน์เกส เป็ป กวาดิโอล่า คาร์โล อันเชล็อตติ และนิโก้ โควัชในฤดูกาลล่าสุด ซึ่งไม่ว่าจะมีการไล่กุนซือออกกลางคันในบางฤดูกาลก็ตาม แต่กุนซือที่เข้ามาคุมทีมต่อจากนั้นก็สามารถคว้าแชมป์ให้ทีมได้ทั้งหมด ซึ่งทีมสุดท้ายที่พรากถาดแชมป์บุนเดสลีก้าไปจากพวกเขาได้ก็คือโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่ตอนนั้นมีเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่กลายเป็นยอดกุนซือของลิเวอร์พูลในตอนนี้คุมทีมอยู่นั่นเอง

ในฤดูกาลนี้บาเยิร์น มิวนิค ต้องเจอกับปัญหาตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาล เนื่องจากพวกเขาต้องเสียดาวเตะตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลก่อนๆ หลายคน ทั้งฟร็องค์ ริเบรี่ ที่หมดสัญญา และอาร์เยน ร็อบเบน ปีกชาวดัตช์ที่ตัดสินใจแขวนสตั๊ด ซึ่งถือว่าเป็น 2 ผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา รวมถึงการขายมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมันไปให้กับคู่ปรับสำคัญอย่างโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ แต่สโมสรก็หาตัวทดแทนได้ดีทีเดียว โดยใช้การยืมตัวดาวเตะหลายคนเข้ามาแทน ทั้งอีวาน เปริซิช ปีกจากอินเตอร์ มิลาน และฟิลิเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิลมาจากบาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายแล้วด้วยผลงานที่ไม่ดีนักในช่วงแรก บวกกับการพาทีมบุกไปแพ้ให้กับไอน์ทรัชค์ แฟรงค์เฟิร์ต 1-5 ทำให้สุดท้ายกุนซือชาวโครแอตก็ถูกปลดจากตำแหน่งในที่สุด

หลังจากนั้นสโมสรทำการแต่งตั้งฮานส์ ดีเตอร์ ฟลิกค์ อดีตผู้ช่วยของโยอาคิม เลิฟ ในการคุมทีมชาติเยอรมันชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2014 เข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งเขาเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ช่วยของนิโก้ โควัช เมื่อช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งหลังจากที่กุนซือมือใหม่รายนี้เข้ามาคุมทีม บาเยิร์น มิวนิคมีผลงานที่ไม่เลวทีเดียว โดยมีช่วงที่แพ้ 2 นัดติดต่อกันต่อไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แต่ถึงอย่างไรก็ตามหลังจากจบครึ่งฤดูกาลแรก พวกเขาตามหลังจ่าฝูงอย่างอาร์เบ ไลป์ซิกเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ห่างเลยกับทีมระดับอย่างบาเยิร์น มิวนิค ที่มาตรฐานเหนือกว่าทีมอื่นในลีก ซึ่งถือว่าไม่เสียเปรียบเลยในช่วงครึ่งหลังที่เหลือของฤดูกาล กับการตามเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น